มือใหม่ เริ่มต้นเทรดยังไง ให้ถูกต้อง

0
115

เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
เริ่มต้นได้ถูกต้อง โอกาสประสบความสำเร็จก็สูง

แล้วเราจะเริ่มต้นอย่างไรดีหากต้องการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ? คำถามนี้ผมเคยถามกับตัวเองเมื่อสมัยเพิ่งเริ่มตัดสินใจเดินบนเส้นทางของเทรดเดอร์ แต่ก็ไม่เคยได้รับคำตอบ

จนผมไปเจอเข้ากับคนคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นตำนานของเทรดเดอร์ไทยที่ยังมีชีวิตอยู่คนหนึ่ง ที่อยู่ในตลาดมาอย่างยาวนาน ทำผลงาน ทำบทความ ทำคลิป แบ่งปันความรู้ให้กับพวกเราตลอดมา เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า “Cway-Investment”

วันนี้ผมขอหยิบเรื่องราว และวิธีการ “เริ่มต้นเทรด ให้ถูกต้อง” ที่ผมได้เรียนรู้มาจาก Cway มาเล่าให้ฟังในแบบของผมนะครับ เริ่มกันเลย

ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในการเทรด สิ่งที่คุณต้องทำอย่างแรกเลยคือ การสำรวจตัวเอง หาแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเรา และหลีกเลี่ยงวิธีการที่ไม่เหมาะกับตัวเรา ซึ่งในจุดเริ่มต้นของการสำรวจตัวเองให้เริ่มจากทรัพยากร 3 อย่างที่เรามีได้แก่ เงินทุน เวลา และตัวเราเอง

การประสบความสำเร็จในการเทรดนั้นไม่ได้มีแค่ทางเดียว แม้แต่คนที่มีวิธีคิดที่เหมือนกัน แนวทางเดียวกัน มีความเชื่อเหมือนกัน ก็ยังมีวิธีการลงทุนที่แตกต่างกันได้

สำรวจทรัพยากร

เงินทุน

นักลงทุนแต่ละคนนั้นมีเงินทุนที่ไม่เท่ากัน และไม่เหมือนกัน บางคนมีเงินมาก บางคนมีเงินน้อย บางคนเงินเย็น บางคนเงินกู้ เมื่อแต่ละคนมีเงินไม่เท่ากัน แน่นอนว่ากลยุทธ์ในการเทรด จะไปทำเหมือนกันให้ประสบความสำเร็จเหมือนกันคงเป็นไปไม่ได้

บ่อยครั้งบางคนที่มีเงินทุนน้อย พยายามไปเทรดเหมือนคนที่มีเงินเยอะมาก สุดท้ายก็ล้มเหลวเพราะไม่สามารถที่จะบริหารเงิน จัดการความเสี่ยงจำนวนมากขนาดนั้นได้

เวลา

เช่นเดียวกับเงินทุนซึ่งนับเป็นทรัพยากรที่มีค่ามาก ถึงแม้ว่าทุกคนจะมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากันทุกวัน แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถจัดสรรเวลาได้ดีเท่ากัน เนื่องจากความรับผิดชอบ หน้าที่ของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน

บ่อยครั้งบางคนเห็นเทรดเดอร์คนอื่นเทรดสั้น เดย์เทรดจบในวัน แล้วดูเหมือนได้เงินเยอะ แต่เขาต้องแลกมากับระยะเวลาที่เสียไปกับการดูหน้าจอตลอดทั้งวันเพื่อจับจังหวะตลาด ซึ่งบางคนอาจทำงานประจำไปด้วย หรือมีกิจการส่วนตัวที่ต้องดูแล ก็จะไม่สามารถเทรดด้วยวิธีการแบบเดียวกันนี้ได้แน่นอน

ดังนั้นการเลือกกลยุทธ์ในการเทรดก็ต้องอาศัยการปรับให้สอดคล้องกับเรื่องเวลาของแต่ละบุคคลด้วย

ตัวเทรดเดอร์

  1. อายุ – สุขภาพ
  2. สภาวะจิตใจ

สุขภาพกาย อายุ สุขภาพจิต ฟังดูแล้วอาจดูไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องของการเทรด แต่ในความเป็นจริงอย่าลืมว่าอาชีพเทรดดอร์ หรือการที่เราต้องเทรดต้องตัดสินใจอยู่บนความเสี่ยง ที่ส่งผลกระทบต่อเงินทุนของเรานั้น มีเรื่องของความเครียด มีเรื่องของแรงกดดันต่างๆ เข้ามามากมาย

รวมถึงเรื่องของการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือระยะเวลาในการทำการบ้าน ทำแผนกลยุทธ์ในการเทรดต่างๆ ที่เรื่องของอายุและสุขภาพนั้นส่งผลอย่างชัดเจน เช่น ถ้าคุณอายุเยอะ และมีสุขภาพที่ไม่ค่อยดีนัก หากเลือกใช้กลยุทธ์ หรือวิธีการเทรดที่ต้องนั่งจ้องคอม จ้องกราฟทั้งวันก็จะส่งผลต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายในการเทรดได้เช่นกัน

SWOT Analysis

หลังจากนั้นอาจลองมาเจาะลึกลงไปถึงความสามารถและความเหมาะสมของแต่ละบุคคลต่อด้วยหลักการของ SWOT Analysis เพื่อวิเคราะห์ตัวเราเองว่าเหมาะสมกับรูปแบบการเทรด การลงทุนแบบไหน

จุดแข็ง : ถ้าเราสามารถเลือกกลยุทธ์ วิธีการเทรดที่สอดคล้องกับจุแข็งของเราได้ก็จะทำให้เราสามารถพัฒนาตัวเองไปได้ไกล และเร็วกว่า

จุดอ่อน : ในขณะเดียวกันเราทุกคนก็จะมีด้านตรงข้ามหรือจุดอ่อน ที่หากเรา เขียน รู้ จุดอ่อนของตัวเราเองได้ก็จะสามารถหลีกหนีการเทรดที่ทำให้เกิดความเสียหายได้ เช่น

บางคนเป็นคนที่หงุดหงิดง่าย ไม่ชอบความผันผวน ไม่ชอบความไม่แน่นอน การที่คุณจะไปเทรดกับราคาที่ผันผวน ระยะสั้น หรือการเก็งทิศทางของราคา แล้วผิดพลาด มันก็จะยิ่งส่งผลต่อสภาวะจิตใจของเราได้มากกว่า และทำให้ผลการเทรดของเราแย่ลงได้

ความได้เปรียบ : เช่น อาชีพการงาน เงินเดือน ถือเป็นความได้เปรียบในการเทรด ซึ่งหลายคนมองข้ามเรื่องนี้ไป และไปหลงเชื่อกับคำโฆษณาว่า เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จต้องมีรายได้จากการเทรดเท่านั้น

หากคุณมีเงินเดือน ทำงานประจำ หรือมีแหล่งรายได้ที่แน่นอนอยู่แล้วนั้นก็หมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องกังวลกับสภาวะตลาด การขาดทุนในระยะสั้น และสามารถเลือกกลยุทธ์การเทรดที่ใช้ระยะเวลานานขึ้น หรือใช้เวลาในการมอนิเตอร์ตลาดน้อยลงได้

ปัจจัยภายนอก : สภาพแวดล้อมในการเทรด ครอบครัว คนใกล้ตัว บ่อยครั้งเกิดการไม่เห็นด้วยหรือปิดกั้น มันก็สามารถส่งผลต่อสภาวะจิตใจ สร้างความกดดันในการเทรดได้เช่นกัน

GOAL เป้าหมายการลงทุน

แน่นอนกว่าเกือบทุกคนเข้ามาเทรด เข้ามาลงทุนในตลาดนั้นต้องการเงิน(กำไร) ที่เกิดจากการเทรด แต่ตรงนี้เองทำให้หลายคนสับสนเพราะการตั้งเป้าหมายเป็นตัวเงินมันไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะเป็นเป้าหมายได้ ส่งผลให้คุณไม่สามารถที่จะพัฒนาตัวเอง หรือเลือกวิธีการที่เหมาะสมได้

ตลาดมีความไม่แน่นอน บางช่วงเวลาทำเงินได้ บางช่วงเวลาทำเงินยาก เมื่อคุณตั้งเป้าหมายเป็นตัวเงิน คุณอาจเลิกล้มการเทรดได้ง่ายในช่วงเวลาที่ระบบการเทรดของคุณไม่สอดคล้องกับตลาด

การตั้งเป้าหมายที่ดีให้มองไปที่กระบวนการหรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของคุณ และขอให้จำเอาไว้ว่าเป้าหมายของแต่ละคนนั้นไม่มีทางที่จะเหมือนกันเช่น บางคนเทรดเพื่อที่จะเลี้ยงชีพ บางคนเทรดเพื่อสร้างความมั่งคั่ง บางคนเทรดเพื่อเป็นรายได้เสริมจากงานประจำ บางคนเทรดเป็นอาชีพเสริมเพื่อให้มีเวลาว่างอยู่กับครอบครัววันเสาร์อาทิตย์ เป็นต้น

ซึ่งการกำหนดเป้าหมายด้วยวิธีการแบบนี้ มีข้อดีคือมันสามารถนำไปสู่กระบวนการเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสม ระบบที่เหมาะสม และการเลือกเส้นทางการพัฒนาตัวเองที่เหมาะสมกับเป้าหมายได้ดี เช่น ถ้าคุณเทรดเพื่ออยากมีอิสรภาพทางเวลา การเลือกระบบเดย์เทรดที่ต้องนั่งจ้องกราฟทั้งวันก็ดูจะไม่ตอบโจทย์เท่าไรนั้นเอง

สรุป

สิ่งที่คุณควรทำเป็นอย่างแรกสุดก่อนที่จะลงทุน คือการสำรวจตัวเอง ให้ลึกให้ละเอียดเพื่อที่จะสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ไม่ขัดไม่ฝืนจนเกินไป วิธีการที่ไม่เหมาะกับทรัพยากร และเป้าหมายการเทรด จะนำพาคุณไปสู่หายนะในการเทรดได้

ต่อมาก็เป็นคำถามที่ว่าแล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่คุณเลือกนั้นเหมาะกับคุณหรือเปล่า ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณต้องหาคำตอบด้วยตัวเองจากการ >> เรียนรู้ ศึกษา จริงจัง >> ทดลอง ฝึกฝน จดบันทึก >> ผ่านประสบการณ์ของคุณนั้นเอง

กระบวนการเหล่านี้มันอาจจะใช้เวลาที่สั้น หรือยาวนานก็แล้วแต่บุคคลแต่ถ้าคุณสามารถค้นพบแนวทางที่เหมาะสมกับตัวคุณเองในการเริ่มต้นเทรดได้ ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม