ออมกองทุนหุ้น VS ออมหุ้น อย่างไหน โดนใจกว่ากัน

0
36

คงเป็นคำถามที่หลานๆหลายคนสงสัย ถ้าจะเลือกลงทุนจะเลือกระหว่างกองทุนตราสารทุน (กองทุนหุ้น) หรือ หุ้น ดีกว่ากัน

อันดับแรกที่ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนคือ คำว่า “การออม”

1 การออมในกองทุนหุ้นหรือออมในหุ้นนั้น เงินต้นมีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้ตามภาวะเศรษฐกิจ ไม่เหมือนการฝากเงินในธนาคารที่มีการรับรองว่าเงินต้นของเราจะไม่สูญหายไปไหนอย่างแน่นอน (กฎเรื่องการประกันเงินฝาก)
2 การออมในกองทุนหุ้นหรือออมในหุ้นนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะได้กำไรเสมอไป ทั้งยังมีสิทธิที่จะขาดทุนได้เช่นกัน
3 การออมในกองทุนหุ้นหรือออมในหุ้นนั้น ต้องเป็นการออมเงินในส่วนที่ไม่นำมาใช้ในระยะ 5 – 10 ปี ต่างจากการออมในธนาคารที่เมื่อต้องการใช้ก็สามารถไปเบิกถอนได้
4 การออมในกองทุนหุ้นหรือออมในหุ้นนั้น คือการใส่เงินฝากเข้าไปออมโดยสม่ำเสมอ

บทความนี้ลงนกฮูกจะพาหลานๆมาเปรียบเทียบให้เห็นความแต่ต่างระหว่าง การออมในกองทุนหุ้น กับ ออมในหุ้นกัน เพื่อเป็นข้อมูลให้หลานๆตัดสินใจประกอบการออมกันครับ

โดยลุงนกฮูกขอนำ Index Fund (หรือ Passive Fund) มาเป็นฐานของการคิดคำนวนในครั้งนี้ (เนื่องจากนโยบายของ Index Fund จะดำเนินนโยบายตาม Set  หรือ การเลียนแบบตลาดนั้นเอง และมีความเสี่ยงที่ไม่สูงนักเนื่องจากราคาจะเป็นไปตามตลาดเกือบ 100%) และจะใช้ข้อมูลจาก www.morningstarthailand.com เป็นพื้นฐานของการค้นข้อมูล โดยกำหนดกรอบระยะเวลาคือ 10 ปี

ผลตอบแทนย้อนหลังไป 10 ปี (ข้อมูล 17 กค. 59) ผลตอบแทนกองทุน INDEX FUND ที่สูงที่สุดอยู่ที่ 13.84%

ลุงจะมาจำลองการออมให้ดูกันนะครับ โดยลุงนกฮูกจะใช้วิธีที่เรียกว่า DCA หรือ การซื้อแบบเฉลี่ยเท่าๆกันเป็นหลัก เพราะจะได้เหมือนการออมแบบแท้จริง เราจะออมกันเดือนละ 5,000 บาท ทุกๆเดือน ตลอด 10 ปี ดังนั้นมูลค่าลงทุนจะอยู่ที่ 600,000 บาท โดยไปลงทุนกับ Index Fund ที่ได้ผลตอบแทนที่ 13% จะพบว่าเมื่อผ่านไป 10 ปี เงิน 600,000 บาท จะกลายเป็น 1,220,184บาท เลยที่เดียว  และลุงเอากองทุนแบบ Index Fund เป็นบรรทัดฐานในการเปรียบเทียบ

ตัวอย่างที่ 1 เลือก Active Fund ถูก

หลานๆอาจบอกว่าไม่ชอบกองทุนแบบ Index Fund ชอบกองทุนแบบ Active Fund มากกว่า เพราะถ้าตลาดตกต่ำกองทุนแบบ Active Fund ที่ดี ก็จะสามารถหาวิธีให้กองทุนไม่ตกต่ำตามตลาด ลุงนกฮูกขอเลือก Active Fund ที่ดีที่สุดโดยให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 16% ต่อปี โดยลงทุนแบบ Index Fund ด้านบน ผ่านไป 10 ปี จากเงิน 600,000 บาท จะงอกเงยกลายเป็น 1,462,852 บาท โดยมากกว่าการออมใน Index Fund ถึง 242,668 บาท เลยทีเดียว

ตัวอย่างที่ 2 เลือก Active Fund ผิด

และแน่นอนว่าไม่ใช้ทุกๆ Active Fund จะทำผลงานได้ดี เพราะบาง Active Fund ก็ยังให้ผลตอบแทนน้อยกว่า Index Fund คร่าวนี้ลอง Active Fund ที่ให้ผลตอบแทน 6% ต่อปี  ผ่านไป 10 ปี จาก 600,000 บาท ก็จะกลายเป็น 819,396 บาท ก็ยังดูคุ้มค่ากว่าการฝากธนาคาร แต่อย่าลืมว่ามันคุ่มค่ากับความเสี่ยงหรือไม่? เพราะ Active Fund จะมีความเสี่ยงที่สูงกว่า Passive Fund และในตัวอย่างนี้จะเห็นว่า ถ้าเลือก Active Fund ที่ผิด นอกจากจะแบกรับความเสี่ยงที่สูงแล้ว ผลตอบแทนก็ยังได้น้อยกว่า Passive Fund อีกด้วย

ตัวอย่างที่ 3 เลือกหุ้นที่ถูกต้อง

คร่าวนี้มาถึงคิวของการออมในหุ้นบาง โดยเลือกหุ้นที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ 25ต่อปีได้ ผ่านไป 10 ปี จาก 600,000 บาท ก็จะกลายเป็น 2,609,655 บาท ถือว่าเติบโตได้อย่างรวดเร็วและดีเลยทีเดียว แต่หลานๆหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเกิน 25% ต่อปีในตลาดหุ้นไทยนั้น จากข้อมูล www.morningstarthailand.co.th (17 กค. 59) พบว่า มีเพียง 10% ของหุ้นทั้งหมดเท่านั้น หมายความว่าใน 10 หุ้น จะมีเพียงแค่ 1 หุ้นเท่านั้น ที่ให้ผลตอบแทนได้เช่นนี้ หรือถ้าลดลงมาหาหุ้นที่ให้ผลตอบแทน 20% ต่อปีแทน ก็พบว่ายังมีเพียงแค่ 15% ของหุ้นทั้งหมดเท่านั้นที่สามารถให้ผลตอบแทนแบบนี้ได้

ถ้าหลานๆคนไหนมั่นใจในฝีมือการคัดเลือกหุ้น ว่าสามารถเลือกหุ้นที่ถูกต้อง 1 จาก 10 ได้ ลุงนกฮูกเชื่อว่าเศรษฐี 1000 ล้าน ไม่ไกลเกินฝันแน่นอน

ตัวอย่างที่ 4 เลือกหุ้นที่ผิ

และเช่นเดียวกันเราดูตัวอย่างการเลือกหุ้นที่ถูกไปแล้ว เราลองมาดูการเลือกหุ้นที่ผิดบ้าง โดยแบ่งได้เป็นอีก 2 กรณี

1 หุ้นตัวนั้นมีผลตอบแทน ได้ 5% จาก 600,000 บาท ก็จะกลายเป็น 776,411 บาท ก็ยังเพิ่มขึ้นแม้ว่าจะดูน้อยก็ตาม
2 หุ้นตัวนั้นให้ผลตอบแทน เป็น -5% จาก 600,000 บาท ก็จะเหลือแค่ 472,923 บาท

ลุง ลุง กรณีจะเกิดขึ้นได้ยังไง ไม่มีทาง อย่ามาขู่ให้กลัวเลย !!! หลานๆครับอย่าลืมว่า หุ้นที่ให้ผลตอบแทนเกิน 20% ต่อปีมีเพียงแค่ 15%ของหุ้นทั้งหมด นั้นหมายความว่าอีก 85% ของหุ้นทั้งหมดจะเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่า 20% ต่อปี โดยแบ่งช่วงได้อีก 3 ช่วงใหญ่ๆคือ

– ผลตอบแทน 10-20%: มีอยู่ 30% ของตลาด
– ผลตอบแทน 0-10%: มีอยู่ 35% ของตลาด
– ผลตอบแทน น้อยกว่า -10 – 0%: มีอยู่ 20%ของตลาด

นั้นหมายถึงมีโอกาสถึง 5 ใน 10 จากหุ้นทั้งหมดที่เลือกแล้ว ผลตอบแทนที่ได้รับจะยังน้อยกว่ากองทุนแบบ Index Fund พร้อมทั้งยังต้องรับความเสี่ยงที่สุงกว่า

  การออมกองทุนหุ้นหรือการออมหุ้นโดยตรง ไม่มีผิดไม่มีถูก และการลงทุนทั้ง 2 แบบ ก็สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีได้เช่นกัน หลานๆที่ต้องการออมในหุ้นโดยตรง ลุงนกฮูกก็ขอเตือนให้หลานๆศึกษาหุ้นตัวนั้นๆให้เป็นอย่างดีก่อนที่จะเข้าลงทุน เพราะถ้าหลานๆสามารถเลือกหุ้นชั้นดีได้ เงินออมของหลานๆก็จะงอกเงยได้อย่างรวดเร็ว เช่นกันหากหลานๆเลือกผิดผลตอบแทนที่ได้รับอาจจะไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ต้องแบกรับด้วยซ้ำไป และกองเลือกออมในกองทุนหุ้นก็เช่นกัน หากเลือกแบบ Active Fund ก็ต้องทำการศึกษาให้ดีก่อน  แต่ถ้าหลานๆคนไหนไม่ชอบความเสี่ยงและไม่ค่อยมีเวลาศึกษาหาข้อมุล การออมในกองทุนหุ้นแบบ Index Fund ก็น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

            ลุงนกฮูกหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้หลานๆสนใจและเริ่มใส่ใจในการออมเพื่ออนาคตมากขึ้นนะครับ

ลุงนกฮูก (กรัณย์ รุ่งทวีสิน)

โดย ลุงนกฮูก (กรัณย์ รุ่งทวีสิน)
ฝากติดตามผลงานด้วยนะครับ ที่ facebook.com/meawbininvestor
ภาพ : pixabay.com