EP07 : เก็งกำไร Options กำไรง่ายกว่า Futures

0
444

นักเก็งกำไรส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า Options สามารถใช้เพื่อการเก็งกำไรได้ และไม่รู้ว่าการเก็งกำไร Options ทำกำไรได้ง่ายกว่า Futures มาก โดย 2 เหตุผลหลัก ที่ทำให้ Options ทำกำไรง่ายกว่าในมุมมองของผมคือ

1. ความเสี่ยง “จำกัด”

ปัญหาที่คนเทรด Futures ต้องเคยเจออย่างแรกเป็นเรื่องของ “Stop Hunt” หรือ การสะบัดของราคามาโดนจุด Stop Loss ก่อนจะวิ่งไปต่อในทิศทางเดิมที่มีกำไร บางครั้งราคาสะบัดไปมาอยู่หลายรอบทำให้ต้องตัดขาดทุนหลายครั้งติดต่อกันจนเทรดเดอร์หมดกำลังใจ หรือหมดความเชื่อในสัญญาณเทรดของตัวเอง ในที่สุดก็เลิกหรือไม่ทันได้เข้าเทรดตามสัญญาณเทรดนั้นๆ แล้วราคาก็ไปต่ออย่างน่าเจ็บใจ

“Slippage” หรือ การกระโดดข้ามจุด Stop Loss จากหลากหลายเหตุผล เช่น วันหยุด ,สภาพคล่อง ,App ค้าง ทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวระบบเทรดในภาพรวมได้อย่างมาก ส่วนใหญ่ระบบเทรดที่ใช้การ TP ,SL มักต้องอาศัยหลักสถิติเกี่ยวกับ Risk Reward and Win Rate เพื่อทำกำไรในระยะยาว ดังนั้นการเกิด Slippage หนึ่งครั้งอาจทำให้ระบบนั้นไม่สามารถทำกำไรในระยะยาวได้ หรืออาจต้องใช้เวลาเพื่อทำกำไรกลับมาคืนมากกว่าที่ควรจะเป็น

เทรดเดอร์หลายคนจึงจำเป็นที่จะต้องเลือกที่จะ “นั่งเฝ้ากราฟ” เพื่อลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในส่วนนี้ให้ได้มากที่สุด ก็ทำให้ค่อนข้างเสียเวลาชีวิตไปอีกมากเช่นกัน

Options สามารถแก้ปัญหาข้างต้นของสัญญา Futures ได้เป็นอย่างดีเนื่องจากว่า Options คือสัญญาสิทธิ หรือ ใบจอง เช่น Long Call Options ที่ราคา 900 ให้ผลตอบแทนเท่ากับ Long Futures ที่ราคา 900 เท่ากันเมื่อถูกทางเพราะ Long Call Options 900 คือใบจองที่เราสามารถใช้สิทธิได้ตลอดเวลาเมื่อมีกำไร แต่ในทางตรงข้ามเมื่อขาดทุนเราไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไร นอกจากค่าจอง (Premium) ที่จ่ายไปในตอนแรกเท่านั้น เมื่อเอามาเขียนเป็นกราฟกำไรขาดทุนเทียบกับ Futures จะได้เป็นภาพดังนี้

แกนแนวตั้งแสดงผลกำไรขาดทุนที่จะเกิดขึ้นเทียบกับแกนแนวนอนที่แสดงราคาของสินทรัพย์อ้างอิงที่เปลี่ยนแปลงไป Long Futures กำไรจะแปรผันตรงกับราคาที่เปลี่ยนไปทั้งถูกทางและผิดทาง ส่วน Options จะจำกัดการขาดทุนไว้ที่ Premium เท่านั้นจนกว่าจะหมดอายุสัญญา จึงทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องของ “Stop Hunt” และ “Slippage” อีกต่อไป

2. Risk Reward ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับจุดเข้าเดียวกัน

สำหรับนักเก็งกำไรจะมีอะไรดีไปกว่าการเทรดในแต่ละครั้งทำ Risk Reward ได้สูงเพราะยิ่งสามารถทำให้สัดส่วนกำไรมากกว่าขาดทุนได้มากก็จะส่งผลให้ทำกำไรได้มากขึ้นในระยะยาว และยังช่วยให้สามารถผิดพลาดหรือทายผิดได้บ่อยขึ้นโดยที่ระบบยังคงทำกำไรอย่างต่อเนื่องได้นั่นเอง

เครื่องมือที่มีชื่อว่า Options สามารถช่วยเพิ่มสัดส่วนของกำไรต่อการขาดทุน Risk Reward ได้แบบทันที และมีประสิทธิภาพอย่างมากในจุดเข้าเทรดเดียวกันเมื่อเทียบกับการเทรด Futures แบบปรกติ ซึ่งน่าเสียดายที่เทรดเดอร์หลายคนใช้เครื่องมือเหล่านี้ไม่เป็น

ตัวอย่าง มองตลาดขึ้น เก็งกำไรด้วย Long Call ATM
สมมุติให้แผนการเทรดคือ มอง Set50 Futures เป็นขาขึ้น

  • Long
  • Entry  : 975 
  • TP      : 1010(+35)
  • SL      : 965(-10)
  • RR =  1 : 3.5

เลือกเทรดสัญญา Long Call 975 ATM

  • Long
  • Entry  : 17 
  • TP      : 43(+26)
  • SL      : 15(-2)
  • RR =  1 : 13

จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่าการใช้ Options เพื่อการเก็งกำไรสามารถคาดหวัง Risk Reward ที่สูงกว่ามากได้ในระยะเวลาที่เท่ากัน ทำให้การเลือกใช้ Options แทน Futures สามารถทำกำไรในระบบได้มากกว่าหลายเท่าแม้จะเป็นระบบเดียวกันก็ตาม

เหตุผลที่เป็นเช่นนี้เกิดขึ้นจากค่า Delta ของราคา Premium Options นั้นมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เท่ากัน หากคุณยังจำได้ในบทก่อนหน้าที่ได้อธิบายถึงความสัมพันธ์ของราคา Premium ที่เปลี่ยนแปลงโดยให้
Premium = Intrinsic Value + Time Value ส่งผลให้เมื่อการเก็งกำไรของเราถูกต้องถูกทางจะทำให้ราคา Premium เพิ่มขึ้นได้เร็วเท่ากับการเทรด Futures จาก Intrinsic Value แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อผิดทางการเปลี่ยนแปลงจะมีแค่ Time Value ที่ลดลงเท่านั้นทำให้อัตราการลดลงช้ากว่าขาดทุนน้อยกว่านั่นเอง

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนมาใช้ Options ในการเก็งกำไรแทนการใช้ Futures จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกใช้สัญญาที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลาด้วยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานด้วย

#เทรดสบายสไตล์กลยุทธ์
#Meawbin_Investor


ช่องทางการติดตามอื่นๆ

FB : https://www.facebook.com/meawbininvestor
Website : https://meawbininvestor.com/
Youtube : https://www.youtube.com/@meawbininvestor