EP10 : กลยุทธ์ Options (ไม่)ลับที่คุณ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ใช้ทำกำไรมากกว่า 20% ต่อปี

0
243

“วอร์เรน บัฟเฟตต์” ยอดนักกลยุทธ์

คนส่วนใหญ่จะรู้จักคุณ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ในฐานะสุดยอดตำนานนักลงทุนเชิงคุณค่า(VI) กับบทบาทที่โดดเด่นเรื่องการ “มองขาด” การประเมินมูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจ “ซื้อกิจการที่ดี ในราคาที่เหมาะสม” ตลอดระยะเวลาการลงทุนมากกว่า 40 ปี จนกลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของโลก

ปัจจุบันหลายคนก็เริ่มรู้แล้วว่านอกจากความสามารถในการเลือกหุ้นที่เฉียบขาด คุณ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ยังเป็น Options Trader ที่เก่งมากอีกคนหนึ่งด้วย จากหลักฐานในจดหมายประจำปี 2008 ของ Berkshire Hathaway และหลักฐานอีกมากมายที่แสดงให้เห็นถึงทักษะการใช้ Options เพื่อทำกำไรที่โดดเด่น

หนึ่งในตำนานที่เล่าขานกันคงเป็นเรื่องของการใช้ Options เพื่อซื้อ Coca-Cola ในแบบที่ใครก็คาดไม่ถึง และเป็นหนึ่งในผลงานหลักที่ทำกำไรมาถึงปัจจุบันนี้นั่นเอง ซึ่งบทความนี้ผมขอหยิบเรื่องนี้มาเล่าให้ผู้อ่านได้อ่านกันอีกสักรอบแล้วกันครับ

Coca-Cola

เริ่มกันที่ครั้งหนึ่งในปี 1993 คุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ ให้ความสนใจกับกิจการที่มีชื่อว่า Coca-Cola เกี่ยวกับอนาคตการเติบโตของบริษัทในขณะที่หลายคนยังมองไม่เห็น ซึ่งในตอนนั้นเอง Coca-Cola ก็มีหุ้นอยู่ในตลาดซื้อขายกันที่ราคา $39 ต่อหุ้น ก่อนที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด และยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้ (บทความนี้เขียนในปี 2023)

ในตอนนั้นเอง ด้วยความสามารถในการประเมินมูลค่าที่เฉียบขาดของ คุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ มองว่าแม้บริษัทจะมีอนาคตที่ดี แต่ก็ยังแพงเกินไปที่จะซื้อ ราคาเหมาะสมที่สุดในช่วงเวลานั้นควรจะมีค่าเท่ากับ $35 เท่านั้น “ถ้าไม่ได้ราคานี้ ก็ไม่ซื้อเสียดีกว่า”

หากคุณเป็นนักลงทุนทั่วไป คุณมีทางเลือกเพียงแค่ เตรียมเงินสดให้พร้อม ฝากเงินไว้ในบัญชีซื้อขาย เฝ้ารอให้ราคาลงมาที่ระดับ $35 อย่างใจจดใจจ่อ และซื้อให้ได้เมื่อราคามาถึง ซึ่งนั่นทำให้คุณต้องลุ้นด้วยว่าจะได้หุ้นตามที่ต้องการไหม หรือจะเป็นการเอาเงินมานอนกองไว้อย่างไร้ประโยชน์ไม่ได้อะไรกลับมาเลยหากว่าราคาไม่ปรับตัวลงมาให้ซื้อ

Cash Secured Put คือการต่อราคา ที่ได้เงินค่าต่อ

สิ่งที่คุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ ตัดสินใจทำนั้นต่างออกไป คือใช้การ Short Put Options ที่ราคา $35 มากถึง 50,000 สัญญานั้น คิดเป็นหุ้นจำนวนถึง 5,000,000 หุ้น เพื่อรับค่า Premium $1.5 ต่อหุ้น คิดเป็นเงินกำไรมากถึง  $7.5 ล้าน ทันที ภาษาของ Options Trader เรียกว่า “Cash-Secured Put”

หลายคนอาจจะไม่เข้าใจ ผมจะอธิบายคุณเป็นภาษามนุษย์แบบนี้แล้วกันคับ สิ่งที่คุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ ทำคือการ “รับปาก สัญญา” ว่าตัวเองจะทำการซื้อหุ้น Coca-Cola ที่ราคา $35 อย่างแน่นอนไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ไม่ว่าหุ้นจะลงไปต่ำมากถึง $20 (ตัวอย่าง) คุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ ก็จะยังยอมจ่ายเงินซื้อหุ้นในราคา $35 อย่างแน่นอน ให้กับใครก็ตามที่กลัวว่าหุ้นของตัวเองจะต่ำลงจนขาดทุน “แลกกับเงินค่ารับประกัน $1.5 ต่อหุ้น”

นั่นแปลว่าคุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้กำไรทันที $7.5 ล้าน หรือคิดเป็น 4.29% จากเงินสดที่สำรองไว้ซื้อหุ้นไม่ว่าราคาจะลงมาที่ $35 หรือไม่ก็ตาม และเงินจำนวนนี้ ได้รับมาแบบทันที ที่เริ่มทำสัญญาเลยทำให้สามารถนำไปลงทุนต่อยอดในส่วนอื่นได้ทันที ก่อนที่จะได้ซื้อหุ้นเสียอีก

ทางไหนก็ชนะ ทางไหนก็ได้กำไร คือความได้เปรียบของ Options

จากตรงนี้หลายท่านมักจะถามต่อว่า หากราคาของหุ้น Coca-Cola ต่ำกว่า $35 และต่ำลงไปอีกจะเกิดอะไรขึ้น จะไม่ขาดทุนมหาศาลหรืออย่างไร

คำตอบนั้นง่ายมากคือ คุณวอร์เรน บัฟเฟตต์ ก็จะได้ซื้อหุ้นในราคาที่คิดว่าเหมาะสม ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก และซื้อเพิ่มเมื่อราคาต่ำกว่า $35 เพราะ Coca-Cola จะกลายเป็นหุ้นดี ที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของบริษัทอย่างมาก ซึ่งทุกสิ่งที่กล่าวไว้ในท่อนนี้คุณสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการมองมาที่ราคา และการเติบโตที่ผ่านมาของ Coca-Cola จนถึงปัจจุบัน

ปล. ราคาของ KO มีการแตกพาร์หลายครั้ง ทำให้ราคาปรับตามราคาพาร์ใหม่

คำเตือน

อย่างไรก็ดี คุณคงได้เห็นตัวอย่างจากคนที่ประสบความสำเร็จแล้วว่าการใช้สัญญา Short Put Options อย่างปลอดภัย ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อคุณต้องการสินค้า หรือหุ้นนั้นในราคาที่เหมาะสมจริง ๆ ไม่ควร Short Put เพียงเพราะต้องการค่าเบี้ยประกันเพียงเล็กน้อย ซึ่งมันไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่คุณต้องเจอ

ในทางตรงข้ามด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเหมาะสม Options จะทำให้คุณมีกำไร ปิดประตูขาดทุน ทำให้คุณมีความได้เปรียบผู้เล่นคนอื่นอย่างมากด้วยเช่นกัน

#เทรดสบายสไตล์กลยุทธ์
#Meawbin_Investor


ช่องทางการติดตามอื่นๆ

FB : https://www.facebook.com/meawbininvestor
Website : https://meawbininvestor.com/
Youtube : https://www.youtube.com/@meawbininvestor