EP12 : Delta Neutral

0
59

ไม่ว่าจะเป็นนักเก็งกำไร หรือนักกลยุทธ์ การทำกำไรใน Options ส่วนใหญ่ขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของค่า Premium คนที่สามารถคาดการณ์ หรือประเมินความคุ้มค่า ความได้เปรียบของราคา Premium ได้อย่างแม่นยำก็จะได้เปรียบผู้เล่นอื่นในตลาด

จึงเกิดเป็นความพยายามที่จะคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของราคา Premium ล่วงหน้า รวมถึงการหาความได้เปรียบจากความถูกแพง จึงเกิดเป็นสมการคณิตศาสตร์ต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อใช้ “ชี้วัด” ค่า Premium ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือชี้วัด ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเรียกว่า “Options Greek”

Options Greek เป็นพารามิเตอร์ที่แสดงค่าความอ่อนไหว หรือความไวในการเปลี่ยนแปลงราคา Premium ภายใต้สมมุติฐานว่า “เมื่อตัวแปรต่าง ๆ คงที่” ทำให้เราสามารถคาดการณ์ หรือประเมินราคา Premium ได้อย่าง(เกือบ)แม่นยำ และสามารถประยุกต์กับการเทรดได้หลากหลาย

ตัวอย่าง Options Greek

Delta : การเปลี่ยนแปลงของ Premium เมื่อเทียบกับ ราคาสินค้าอ้างอิง

Gamma : วัดการเปลี่ยนแปลงของค่า Delta เมื่อเทียบกับสินค้าอ้างอิง

Vega : การเปลี่ยนแปลงของ Premium เมื่อเทียบกับ Volatility เพิ่ม Premium จะเพิ่มแค่ไหน

Theta : อัตราการลดลงของ Premium ต่อระยะเวลาที่ผ่านไป (Time Decay)

สรุปสั้น ๆ Options Greek คือ 

สมการคณิตศาสตร์ ที่คิดขึ้นมาเพื่อพยายามอธิบาย และคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของราคา Premium ในแง่มุมต่าง ๆ (มีหลายสมการ) ภายใต้สมมุติฐานว่า “ตัวแปรต่างๆ คงที่เสมอ” 

ซึ่งเราที่เป็นเทรดเดอร์สามารถใช้ประโยชน์จาก Greek ในการวางแผนการเทรดได้ (หรือ ไม่ต้องใช้ก็ได้)

แต่ควรระวังเสมอว่า ไม่สามารถใช้เพื่อทำนายอนาคตตลาดได้ เพราะเมื่อปัจจัยตลาดเปลี่ยนแปลง ก็จะทำให้ Options Greek เปลี่ยนแปลงเช่นกัน

Delta กับการเทรด

เริ่มกันที่ภาพนี้ ผมอยากให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์อ้างอิงนั้นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของค่า Premium Options อย่างชัดเจนโดย Options แต่ละประเภทก็จะมีการตอบสนองที่แตกต่างกัน และอัตราเร่งในแต่ละระดับราคาก็แตกต่างกันด้วย Delta ก็คือค่าที่ใช้เพื่อบอกอัตราการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นั่นเอง

Delta Call จะมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1  และ Delta Put (-1) ถึง 0 เป็นค่าที่บอกว่า เมื่อราคาสินค้าอ้างอิงเปลี่ยนแปลงไป 1 หน่วย Options Premium จะเปลี่ยนแปลงไปเท่าไร และเครื่องมือแต่ละชนิดก็จะให้ค่า Delta ที่ไม่เท่ากันตามประเภท และระดับราคา

ตัวอย่างกำหนดให้

Delta Long Call =  0.5
Delta Long Put = – 0.5

SET50 = 850
Call 850 Premium 20
Put 850 Premium 20

เมื่อราคาสินค้าอ้างอิงเปลี่ยนแปลงไป

SET50 = 850 ไป 855 = +5
Call 850 Premium (20 + 2.5) = 22.5
Put 850 Premium (20 – 2.5) = 17.5

ค่า Delta ทำให้เทรดเดอร์สามารถ คาดการณ์ การเปลี่ยนแปลงของราคา Premium อย่างคร่าว ๆ ได้ว่าจะส่งผลยังไงกับภาพรวมของพอร์ตเมื่อราคาเปลี่ยนแปลง จะกำไร หรือขาดทุน เท่าไรถ้าเราถือ Positions เหล่านั้นไว้ เช่น ถ้าเราถือ Call Options ที่มีค่า (Delta 0.5) 2 สัญญา หมายความว่าพอร์ตนี้เราจะมีค่า Delta = 1 หรือจะได้กำไรเท่ากับอัตราการเปลี่ยนแปลงของตลาด 1 : 1 นั่นเอง

อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าค่า Delta นั้นไม่คงที่ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามราคาสินค้าอ้างอิงที่เปลี่ยนแปลง และระยะเวลาที่เปลี่ยนแปลง

Note : 

  • เครื่องมือ Delta ที่แตกต่างกัน และรวมกันได้ 
  • Delta ใช้บอกว่าพอร์ต เน้นทางขึ้น หรือ ทางลง
  • Delta Hedge คือ การทำให้ Delta สมดุลกัน

พอร์ตนี้มี Delta เป็น +

Delta Neutral

คำนี้มีความละเอียดอ่อนอย่างมากในเชิงของการเทรดด้วยกลยุทธ์ เพราะจักรวาลของ Delta มันกว้างใหญ่ วิธีการใช้ค่า Delta เพื่อประยุกต์กับการเทรดมีหลากหลายวิธี และมีเทคนิคการใช้ที่แตกต่างกันมากมาย

แต่ถ้าให้นึกถึงวิธีการประยุกต์ใช้งาน Delta ที่ง่ายที่สุด ผมจะนึกถึงการใช้งานร่วมกับกลยุทธ์ “Short Volatility” (SC + SP) เพื่อกินค่าพรีเมี่ยม ซึ่งเราสามารถใช้หลักการที่เรียกว่า “Delta Neutral” เพื่อจัดการความเสี่ยง

“Delta Neutral” คือการบริหารพอร์ตให้ค่า Delta เท่ากันตลอด

Short Volatility

ตัวอย่างกลยุทธ์ Short Volatility โดยการใช้สัญญา Options 2 ชนิด คือ SC + SP ที่ 850 (ATM) อย่างละ 10 สัญญา ซึ่งจะทำให้เราได้ค่า Delta ของทั้งสองมีผลรวมเท่ากับ 0 (ในตลาดจริงจะใกล้เคียง 0 มากที่สุดก็พอ)

SC 850 25 10 (Delta -0.5 / 1 Con) ,Delta = – 5
SP 850 25 10 (Delta  0.5 / 1 Con) ,Delta = + 5
Sum Delta = 0

การทำกำไรของกลยุทธ์ Short Volatility คือการถือสัญญาไปจนหมดอายุ โดยคาดหวังให้ราคายังอยู่ในกรอบของกำไรจากการ Short Options แต่ตลาดไม่เคยหยุดนิ่ง งานหลักของเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Short Volatility ก็จะเป็นการบริหารความเสี่ยง รักษาระดับกำไรไว้ให้ได้มากที่สุดเมื่อราคาสินค้าเคลื่อนที่ ด้วยหลักการเพิ่มพื้นที่ให้ในฝั่งที่อาจจะเกิดความเสี่ยงด้วยเครื่องมือต่าง ๆ

ปัญหาสำหรับการเทรด Short Volatility ของมือใหม่คือไม่รู้ว่าจะใช้เครื่องมืออะไร ปริมาณเท่าไรในการแก้ไขสถานการณ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง ซึ่งค่า Delta จะช่วยทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้นผ่านการประเมินแบบตัวเลขที่มีความชัดเจนนั่นเอง

เมื่อราคาสินค้าอ้างอิงเพิ่มขึ้นเป็น 875 ก็จะส่งผลให้ค่า Delta รวมของทั้งพอร์ตเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

SC 850 25 10 (Delta -0.7 / 1 Con) ,Delta = – 8
SP 850 25 10 (Delta  0.3 / 1 Con) ,Delta = + 3
Sum Delta = – 5
(คาดการณ์ โดยประมาณ จากค่าทางทฤษฎี)

จากตัวอย่างจะเห็นว่าค่า Delta เริ่มเข้าสู่ความไม่สมดุล(ไม่เท่ากับ 0) จึงเกิดเป็นความเสี่ยงขึ้น และการจัดการกับความเสี่ยงสามารถทำได้โดยการเลือกใช้เครื่องมือที่ส่งผลให้ Delta รวมของพอร์ตเป็น + มากขึ้น (+5) เช่น LC, LF, SP

ตัวอย่างจะเลือกใช้ LF ที่ให้ค่า Delta +1 จำนวน 5 สัญญา ก็จะส่งผลให้ Payoff Chart มีหน้าตาเปลี่ยนไป และสมดุลมากขึ้น

อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าตลาดเปลี่ยนแปลงเสมอ และค่า Delta ก็จะเปลี่ยนแปลงเกือบตลอดเวลาเช่นกัน การเทรดด้วยกลยุทธ์ Short Volatility จึงจำเป็นต้องคอยเฝ้าสังเกต เพื่อปรับค่า Delta ตลอดจนหมดอายุสัญญา

## สรุป จบ

  • Delta เป็น ตัวเลข จากสมการ เทียบการเปลี่ยนแปลงของ Premium
  • เอาไว้ ใช้ดู + – กำไร ของพอร์ต
  • ช่วยให้การแก้เกม แก้พอร์ต ง่ายขึ้น